daily

เอ๋อ..... จริงๆนะ

posted on 14 Oct 2007 01:03 by liamm

ใครที่เกิดมาแล้วไม่เคยทำอะไรเอ๋อๆบ้างนับได้ว่าเป็นบุคคลสมบูรณ์แบบจริงๆ ซึ่งฉันเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าคงจะหาได้ยากยิ่งในโลกใบนี้ ถ้ามีใครเป็นเช่นนั้นกรุณาแนะนำตัวด้วยจะเป็นพระคุณ เพราะการที่มีโอกาสได้รู้จัก Mr. หรือ Ms. หรืออาจจะเป็น Mrs.Perfect ที่ไม่ใช่ Prefect ใน Harry Potter นั้นเป็นหนึ่งในสิบสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไม่ว่าจะเป็นยุคไหนๆก็ตามที โถ.... ขนาด Prefect ยังไม่ Perfect เลย คนธรรมดาจะไม่พลาดบ้างเป็นไปได้หรือ

แต่เรื่องบางอย่างมันก็น่าขันใช่น้อย นึกถึงตัวเองทีไรแล้วก็อดฮาไม่ได้สักทีเพราะฉันนั้นขึ้นชื่อลือชามากในด้านความเอ๋อหรือความโก๊ะที่ไม่เคยหนีหายไปจากตัวสักนิดไม่ว่าจะแก่ขึ้นสักกี่ปีก็ตามที โดยเฉพาะโก๊ะอะไรไม่เท่าโก๊ะเรื่องขับรถ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้เพื่อนยังส่ายหน้าว่าตกลงมันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานไหม

เล่าความโก๊ะตัวเองพอเป็นเรื่องฮาก็แล้วกัน เรื่องนี้เกิดเหตุแถวๆจตุจักร

ก็รู้กันอยู่ว่าถ้าตรงมาจากสะพานควายมาตามถนนพหลโยธินนั้นก็จะมาเจอสี่แยกที่เลี้ยวซ้ายจะไปตลาดอตก. เลี้ยวขวาเข้าซอยเล็กๆข้างกรมขนส่งจะไปทะลุถนนวิภาวดีรังสิตและที่จุดนี้จะมีจุดกลับรถด้วย เขาให้เลี้ยวขวาตามสัญญาณไฟ ส่วนถ้าตรงไปก็จะไปเจอถนนวิภาวดีรังสิตอีกเช่นกันแต่ก็จะมีสวนจตุจักรอยู่ทางซ้ายมือและมีที่จอดรถของสถานีรถไฟฟ้าอยู่ทางขวามือ และเวลาที่ขับรถออกมาจากตลาดอตก.ทางด้านหลัง ก็จะมาชนกับถนนพหลโยธินก่อนถึงสี่แยกนี้พอดี เราสามารถตัดไปเลี้ยวขวาเพื่อเข้าซอยเล็กๆข้างกรมขนส่งเพื่อไปทะลุถนนวิภาวดีรังสิตได้

วันเกิดเหตุ ฉันและเพื่อนไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านสนั่นข้าวต้มปลาร้านเดิมซึ่งอยู่ใกล้ตลาดอตก. (ปัจจุบันย้ายที่แล้วไปอยู่ข้างซอยวัดไผ่ตัน) ร้านนี้อาหารอร่อย วันหลังค่อยเล่าเรื่องอาหารที่นี่ก็แล้วกัน เมื่อกินเสร็จฉันกับเพื่อนก็แยกย้ายโดยมีจุดหมายที่เดียวกันคือที่ office ของเราซึ่งตอนนี้ยังมีนิวาสถานอยู่ที่ตึกวังเด็ก1 ริมถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งตึกนี้ถ้าเราออกจากร้านสนั่น เลี้ยวซ้ายเข้าพหลโยธินแล้วชิดขวาเพื่อจะเลี้ยวเข้าซอยข้างกรมขนส่งและตรงตามซอยไปเรื่อยๆเราก็จะไปโผล่เอาข้างตึกพอดี

ฉันและเพื่อนทำตามแบบนี้เป๊ะ รถของเพื่อนนำหน้า รถฉันตามหลัง พอเลี้ยวซ้ายเพื่อนเลี้ยวไปได้ก่อนฉันก็ใจเย็นค่อยๆเลี้ยวตามไปแล้วก็ชิดขวาหมับต่อท้ายรถเมล์ที่จอดอยู่จอดได้สักครู่ก็ยังไม่สงสัยว่าทำไมมันถึงติดนานจัง พอเริ่มจะงงเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ปรากฏว่าเพื่อนที่ล่วงหน้าไปก่อนนั้นโทรมา ไอ้ฉันก็สงสัยว่าโทรมาทำไม เดี๋ยวก็เจอกันที่ Office อยู่ดี แต่ก็ต้องรับโทรศัพท์ท่านเสียหน่อย

เพื่อน: “ทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ถึงซะที”

ฉัน: “อ้าวก็รอเลี้ยวขวาไง”

เพื่อน: “รออะไร ไม่เห็นมีรถซักหน่อย”

ฉัน: “ก็รอต่อท้ายรถเมล์อยู่นี่ไงล่ะ ไปถึงก่อนก็ขึ้นไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวตามไป” *โหมดทำเสียงรำคาญเสียเต็มประดา* 

เพื่อน: “ไหน? รถเมล์ที่ไหน อยู่ตรงไหนทำไมเราไม่เห็น”

ฉัน: “ก็อยู่ตรงสี่แยกนี่แหละ อยู่หลังรถเมล์ไง เธอไม่เห็นเราหรอก”

เพื่อน: “จะบ้าเหรอ รถเมล์นั่นมันจอดเสียอยู่ตั้งนานแล้ว ไปต่อท้ายมันทำไมล่ะ ทำไมไม่เลี้ยวมาฮึ”

ฉัน: “..........”

สรุปคือว่าฉันตาเซ่อคิดว่ารถเมล์ที่จอดเสียหยากไย่ขึ้นอยู่นั้นกำลังรอเลี้ยวขวาอยู่ตามปกติเลยไปจอดต่อท้าย ซื่อบื้อขนาดไม่มองว่ารถเมล์นั้นไม่มีคนและยางแบนแต๊ดแต๋ ท่าทางเหมือนไม่ได้วิ่งมาสักสามเดือนเห็นจะได้ ซื่อบื้อขนาดที่จอดอยู่เป็นนานสองนานก็ยังไม่เฉลียวใจเชื่อไหมว่าผ่านตรงนั้นยังหัวเราะตัวเองทุกที แถมเวลาเพื่อนผ่านก็ยังมีโทรมาเยาะเย้ยให้ไม่ลืมอีกด้วย

ยัง ยังไม่พอ กับเพื่อนคนเดิม ไปกินข้าวแถวดอนเมืองและที่กลับรถมันไกลมาก เพื่อนเลยบอกให้ขับตามไปจะพาเข้าซอยเล็กซอยน้อยไปทะลุสะพานกลับรถตรงกองทัพอากาศ เพื่อนบอกว่าให้ขับตามมา พอเขาเลี้ยวขวา (จะกลับบ้าน) ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายไอ้เราก็ท่อง ... พอเขาเลี้ยวขวา เราจะเลี้ยวซ้าย

แค่พอพ้นซอยร้านข้าวต้ม เพื่อนเลี้ยวขวาหมับ เราก็เลี้ยวซ้ายทันควัน ก็มันบอกว่างั้นนี่เพื่อนโทรมาทันทีถามว่าจะไปไหน เราก็ตอบทันใจ ก็บอกให้เลี้ยวซ้าย ได้ยินเสียงเหมือนเพื่อนกำลังจะทึ้งผมตัวเองพร้อมกับโวยวายว่า ไม่ใช่ตรงนี้............ ไปอีกกกกกกกกกกกกกก

เอ๋อไปอีกนาน