film

Batman กับ Joker

posted on 21 Jul 2008 11:17 by liamm in film

ในบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหมดฉันมีคนโปรดอยู่ไม่กี่คนหรอก ปกติแล้วฉันโปรดตัวละครที่เหมือนจริงมากกว่าพวกเก่งเหนือมนุษย์ทำให้บรรดาซุปฯทั้งหลายจึงไม่ได้ใจฉันไปสักเท่าไรนัก ตัวอย่างเช่นพี่ซุปเปอร์แมน นี่ถ้าไม่ได้ smallvile มาช่วยกู้หน้าไว้หน่อยฉันก็คงจะร้องเพลงลาทีกับพี่ซุปเปอร์แมนไปก่อนซะนานแล้ว ฉันออกจะรู้สึกไม่ค่อยดีกับพวกเพอร์เฟคเสียละมัง นอกจากนี้อีกอย่าง.. ฉันออกจะไม่ค่อยชอบผู้คนใส่ชุดแปลกๆออกมาไล่ล่าคนร้ายเท่าไรนักหรอก

ไอ้ที่ขำก็คือฮีโร่ที่ใครๆเขาบอกว่าติดดินนักติดดินหนาแบบ Spiderman ก็ไม่เห็นจะได้ใจฉันสักเท่าไร ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทั้งๆที่เขาว่ากันว่า ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์นี่มีชีวิตใกล้คนปกติที่สุดแล้ว สงสัยฉันจะไม่ชอบแมงมุม

ฉันเริ่มเปลี่ยนทัศนคติไปเล็กน้อยตอนที่ดู batman ภาคแรกถึงแม้ว่าพี่ไมเคิล คีตันจะหัวล้านและอ้วนไปหน่อย คือฉันคงมี receptor กับคนโรคจิตละมัง ตอนนั้นฉันว่ามหาเศรษฐีผู้มีชีวิตสองภาคนี่น่าสนใจและมีความมืดหม่นมากอยู่แล้ว พอฉันมาเจอ Batman Begin เมื่อหลายปีก่อนฉันก็กรี๊ดสลบ เปล่า ฉันน่ะชอบความจิตตกประสาทกลับของบรูซ เวนย์ก็จริง แต่ฉันชอบอาจารย์ที่พี่เลียม นีลสันเล่นมากกว่า แม่ยกมาเองนะนั่น ฉันชอบผู้ร้ายน่ะ (ส่วนพี่เลียมน่ะชอบกันเป็นการส่วนตัวมานานแล้ว)

สรุปว่าฉันรักคนโรคจิตซะงั้น...

บทหนังใน Batman Begin เขียนได้ดี คนเรามีทั้งด้านมืดและด้านสว่างปนกันแล้วแต่ว่าใครจะปลดปล่อยด้านไหนออกมาเท่านั้น หนังบอกเล่าที่มาที่ไปว่าทำไมบรูซ เวนย์ถึงทิ้งชีวิตมหาเศรษฐีมาอดหลับอดนอนล่าผู้ร้ายในเมืองก็อธแธมแบบนี้

สำหรับ Batman the Dark Knight ฉันอยากจะเปลี่ยนชื่อหนังเป็น Joker, The Madness เสียละมากกว่า ทั้งเรื่องฉันเห็นแต่ Joker พี่บรูซของฉันหายไปไหนก็ไม่รู้ ฮ

มันก็คงไม่สปอยล์หรอกนะ เพราะใครๆก็รู้ว่าโจกเกอร์เป็นคู่ปรับตลอดกาลของแบทแมนนี่นา ว่าแต่ว่าดูจนจบก็ไม่มีใครบอกว่าพี่โจ๊กเกอร์สุดกวนนี้เป็นไผมาจากไหน ฮีธ เลดเจอร์เล่นเป็นโจ๊กเกอร์ได้โหดมากกว่าตลก ฉันว่าตอนที่ฉันเห็นแจ็ค นิโคลสันเล่นเมื่อสมัยภาคแรกฉันก็ว่าเขาเล่นดีแล้วนะแต่ก็ยังออกแนวตลกกว่านี้ เหมือนคนเรามันร้ายน่ะแต่เอาความบ้ามาปิดมาบังความร้ายนั้นไว้ เรียกว่าแกล้งบ้าเพื่อปกปิดงั้นแหละ ในความบ้าก็ยังมีความเป็นคนปกติอยู่บ้าง

มาเวอร์ชั่นพี่ฮีธนี่ฉันว่ามันโหด มันโรคจิต และมันบ้าเต็มรูปแบบ เรียกว่าเป็นคนโรคจิตที่เห็นความหายนะของคนอื่นเป็นเรื่องสนุก พร้อมก่อความวุ่นวายเพียงเพราะมันทำให้ตัวเองรู้สึกดีและเหนือกว่าคนอื่นก็เท่านั้น บางทีฉันแอบรู้สึกว่าฉันไม่รู้จะบอกว่าโจ๊กเกอร์เลวได้อย่างไรเพราะว่ามาตรฐานความดีความเลวของโจ๊กเกอร์นั้นต่างจากเรา สิ่งที่โจ๊กเกอร์คิดและรู้สึกนั้นไม่เหมือนประชาชนคนธรรมดาสักหน่อย มาตรฐานของเราคงไม่สามารถวัดเขาได้หรอก

สำหรับฮีธ เลดเจอร์ ถ้าเขาไม่ชิงตายไปเสียก่อนเขาคงจะเป็นอีกคนที่จะขึ้นแท่นนักแสดงที่มีคนอยากร่วมงานด้วยมากที่สุดคนหนึ่งเป็นแน่ ค่าที่เขาอินเสียเหลือเกินกับบทที่ได้ อินจนน่ากลัว

ฉันชอบแววตาตอนที่ถูกขังอยู่ในคุก มีนักโทษโวยวายอยู่รอบตัว มันเพี้ยนสมบูรณ์แบบจริงๆนะ มองเห็นปุ๊บ เออ ไอ้นี่โรคจิต อย่าเสียเวลาไปคุยกับมันเลย ไม่ช่วยหรอก

นั่นแหละที่พี่บรูซทำฉันหงุดหงิดว่าแกเปลี่ยนไปเป็นแมรี่ซูซะแล้ว เห็นๆอยู่ว่ามันป่วยน่ะ จะปล่อยไปทำม๊ายยยย จัดการให้ตายๆไปซะก็สิ้นเรื่อง

และฉันก็เห็นแง่มุมบางอย่างของคนดี คนที่ยึดมั่นในความดีมาตลอดแต่เมื่อพ่ายแพ้ต่อความมืด aka. Turn to the dark side นั้นน่ากลัวไม่แพ้คนบ้าแบบโจ๊กเกอร์เสียด้วย ก็พี่แฮรี่ เดนท์ที่อนาคตจะกลายเป็น Two Faces นั่นไง แต่ฉันก็เห็นความ Dark ในตัวของเขาตั้งแต่ต้นแล้วนะ นับว่าแกสามารถถ่ายทอดความรู้สึกแบบนี้ออกมาได้ดีทีเดียว คนเราย่อมมีสองภาคในตัวเองอยู่แล้ว อดคิดไม่ได้ว่าที่น้องหนูเรเชลอินกับพี่แฮรี่นี่เพราะแฮรี่เป็นตัวแทนของพี่บรูซแบบจับต้องได้มากกว่ามนุษย์ค้างคาวที่ออกท่องราตรีกลางคืน ผู้หญิงที่มีเหตุมีผลก็มักจะชอบอะไรที่ปลอดภัยกว่าอย่างนี้แหละ

พี่บรูซของฉันในภาคนี้นั้นกลับกลายเป็นพวกแมรี่ซูนิดหน่อย แต่ฉันก็พอจะทนรับได้นะ ก็แกเป็นพระเอกน่ะ จะให้แกเลวมากนักก็คงจะไม่อินและบรรดาคนดูก็คงจะไม่ชอบใจนัก แต่พี่บรูซก็เล่นเป็นพระเอกมีบาดแผลในใจได้ดีทีเดียว นอกเรื่องหน่อย เวลาคริสเตียน เบล ใส่หน้ากากแล้วฉันว่าหน้าพี่แกโหดขึ้นมาก สงสัยจะเป็นเพราะไอ้เจ้าคิ้วขมวดปั้นเบ้อเริ่มบนหน้ากากแบทแมนที่ฉันเห็นแล้วอยากจะแนะนำให้แกไปฉีด Botox ซะให้เรียบร้อย แถมไม่รู้ว่าเขาทำไรกับเสียงตอนแกเป็นแบทแมน เสียงเท่เชียว คิดถึงเสียงหุ่นยนต์ยังไงยังงั้น

ตัวประกอบเรื่องนี้ล้วนแต่ชื่อดัง มอร์แกน ฟรีแมนนี่แค่ออกมายืนก็มีรังสีอัจฉริยะสาดส่องออกมาเป็นแสงเฮ้ากวงเลย และลุงอัลเฟรดคนโปรดของฉันก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยนแปลง ฉันติดใจสำเนียงอังกฤษของแกอยู่แล้ว และฉันก็ชอบวิธีที่แกดูแล Master Bruce ของแกซะด้วยซิ เหมือนเทวดาพ่อทูนหัวจริงๆ

ขอใช้สิทธิละเว้นไม่กล่าวถึงตัวละครผู้หญิงในเรื่อง เพราะดูแล้วก็ไม่ได้สำคัญอะไรนอกจากจะเอาไว้เป็นจุดพลิกผันของเรื่องที่ไม่ผิดความคาดหมาย ซะงั้น !

เอาเป็นว่าใครที่จะทำ Batman ต่อจากนี้ก็อาจจะต้องตีโจทย์ให้แตกหน่อยล่ะ โจทย์ของหนังซุปเปอร์ฮี่โร่มันเปลี่ยนไปเยอะมากจากเดิมที่ตัวละครมีมิติเดียว ร้ายก็ร้าย ดีก็ดี มาจนกลายเป็นอิงอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงบวกกับปัญหาทางจิตวิทยา ไม่รู้ว่าอนาคตของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ที่กำลังจะกลายเป็นหนังจะเดินไปในทิศทางไหนต่อ

เราคนดูหนังก็รอดูกันต่อไป

น้ำหอม... ใครว่ามันหอมเสมอไป

เคยได้กลิ่นน้ำหอมแล้วเหม็นก็บ่อย แต่หนังสือเรื่อง Perfume ของ Patrick Suskind นี้ไม่ทำให้เหม็นแต่อย่างใด นอกจากจะทำให้เกิดความสยอง... จนไม่กล้าหยิบขวด ปานนั้น

เมื่อนานมาแล้ว เท้าความถึงเรื่องเก่าสมัยที่ได้อ่านหนังสือเรื่องนี้เป็นครั้งแรก เกิดอาการหลงใหลพ่อเกรอนุยในความไร้เดียงสาแบบโรคจิต (มันคงไปกันได้หรอก!) และก็แอบคิดไปว่าถ้าเห็นเป็นหนังคงจะเข้าทีดีไม่น้อย

และแล้วความฝันก็เป็นจริง เมื่อแรกสร้างมีข่าวว่าพ่อ orlando เจ้าชายพรายหน้าใสไม่เคยแปดเปื้อนฝุ่นจะมีโอกาสได้เล่นเป็นเกรอนุย ฉันถึงกับกรี๊ด ไม่ใช่ดีใจ แต่กรี๊ดเพราะ... จะไหวหรือจ๊ะ... ก็หน้าตาพ่อพรายคนดีออกจะหลั่นล้าฮาเฮ ทำหน้าโรคจิตเก็บกดอย่างในบทจะไหวหรือ

สุดท้ายก็โล่งใจที่ไม่ใช่ orlando เล่น เอิ๊ก (ขอโทษนะคะป๋า ถึงจะรักออร์ลี่ (ของป๋า) เพียงไหนก็คงทำใจไม่ได้ที่จะเห็นเกรอนุยทำหน้าหล่อแบบนั้น)

ตอนหนังลงโรง ฉันก็ไม่ได้มีโอกาสไปดู เลยต้องพึ่งดีวีดีแทน พึ่งจะได้ดูก็เมื่อสักไม่นานนี้เอง นั่งดูไปก็ไม่เข้าใจเป็นกำลังว่าไอ้เมฆหมอกแห่งศีลธรรมนี้มันมาจากที่ใด และเหตุอันใดเล่ากองเซนเซอร์ถึงได้กระทำการดูถูกปัญญาคนดูหนังเสียขนาดนี้

ฉากที่ว่าเป็นฉากที่เกรอนุยฆ่าสาวผมแดงเป็นครั้งแรกและฉีกเสื้อฉีกผ้าของเธอเพื่อจะสูดดมกลิ่นด้วยเกรอนุยนั้นติดใจกลิ่นของสาวน้อยคนนี้เป็นที่สุด ในหนัง เท่าที่เห็นหลุดรอดจากเมฆหมอกแห่งศีลธรรม ไม่เห็นอะไรที่จะส่อไปในทางอนาจารเลย สาวน้อยคนนั้นผอมแห้งเห็นซี่โครงปูดเป็นซี่ๆ ใส่คอร์เซตรัดเอวจนดูเหมือนกับเอวเล็กจนผิดส่วน ดูไปแล้วไม่ทำให้เกิดอารมณ์หื่นอันใดนอกจากสยองว่า พ่อเกรอนุยนี้ช่างหลงใหลในกลิ่นแท้ๆ

แต่เมฆหมอกแห่งศีลธรรมที่ว่านั่นบังหมดค่ะ ท่านผู้ชม ตั้งแต่หน้าอก ท้อง ตอนที่พ่อเกรอนุยทำท่าสูดกลิ่นไปตามเนื้อตัวของสาวน้อยนางนั้นจนทำเอาตะหงิดๆว่า ป่านนี้จมูกพ่อเกรอนุยคงเต็มไปด้วยหมอก!

รู้สึกเหมือนตอนดู 300 ไม่มีผิด ฉากที่ The oracle ร่ายรำ มันเบลอออออออออ จนรู้สึกได้ว่าจะเบลอไปทำแป๊ะอะไรกั๊นนนน หนังมันทำเสียสวยปานนั้น เอาหมอกมาทำไม๊... ไป๊......ออกไป.....

ปวดใจเป็นที่สุด ทำไมถึงได้ดูถูกดูหมิ่นสติปัญญาของคนดูหนังได้เพียงนี้ เหมือนจั่วหัวหนังดังเรื่องหนึ่งว่า... เรื่องนี้เป็นนิยาย ไม่ใช่เรื่องจริง...

เออค่ะ... รู้แล้วค่ะ... หนังที่ไหนมันเป็นเรื่องจริงมั่งคะ ถึง based on true story มันก็ยังเป็นเรื่องสร้างอยู่ดี ดูถูกกันสุดๆจริงๆ ถ้าจะทำจริงๆก็จัดเรท กำหนดอายุกันไปเลยจะดีกว่าไหม

เมื่อนานมาแล้วเคยคุยกันเล่นๆถึงเรื่องนี้ แล้วก็มีน้องเคยบอกว่า ต่อไปโดราเอมอนก็ต้องถูกเซนเซอร์ฉากซิซูกะอาบน้ำด้วยแหละ ตอนนั้นยังขำกันเลยว่า บ้าจัง ยุคมืดมาถึงแล้วหรือ

แล้ววันนี้มันก็เป็นจริงๆด้วย

ไว้อาลัยหนึ่งนาทีให้กับความงี่เง่าของบ้านเมืองในวันนี้